การทำธุรกิจในประเทศไทย: บริการทางกฎหมายสำหรับบริษัทจำกัดตามกฎหมาย
กฎหมายองค์กรธุรกิจในประเทศไทยอาจจะเป็นเรื่องยากที่เข้าใจสำหรับผู้ที่ไม่เคยชินกับวัฒนธรรมและธรรมเนียมประเพณีของประเทศไทย หลายๆคนมาจาก
ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ และพบว่าระบบประมวลกฎหมายของไทยนั้นน่าสับสนซึ่งความสับสนนี้รวมกับข้อเท็จจริงที่ว่า กฎหมายองค์กรธุรกิจในประเทศไทย
และระเบียบที่มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐและการนำกฎหมายมาปรับใช้ได้พัฒนารุดหน้าไปมาก และคนต่างด้าวหลายๆคนรู้สึกว่า ระบบกฎหมายไทยเป็นเรื่อง
ของการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ถ้าไม่ใช่การใช้อำนาจตามอารมณ์ ในทางกลับกันกฎหมายไทยเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจสำหรับผู้มีวิชาชีพทางกฎหมาย
ของไทยที่ได้ศสึกษาและลงมือปฏิบัติ แต่ในบางครั้งการแปลหลักกฎหมายไทยให้คนต่างชาติก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆสำหรับทนายไทย ดังนั้นสำนักงานที่มีทนาย
และพนักงานที่มาจากระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ สามารถช่วยได้มากในเรื่องการสื่อสารกับลูกความ
ภายใต้กฎหมายไทยคนต่างชาติไม่สามารถถือหุ้นมากกว่า 49% ในบริษัทจำกัดของไทยที่ทำธุรกิจในประเทศไทยเว้นแต่ว่าบริษัทนั้นจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
ต่างด้าวจากคณะกรรมการลงทุน (BOI) หรือใบอนุญาตตามสนธิสัญญาไทย-อเมริกัน หรือใบอนุญาตตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างต่างชาติและราชอาณาจักรไทย
นั่นก็หมายความว่าผู้ลงทุนต่างชาติส่วนน้อยในบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทยอาจะสามารถใช้สิทธิในการออกเสียงได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นส่วนชาวไทย การตั้งโครงสร้างบริษัทจำกัดเพื่อให้สามารถใช้สิทธิในการออกเสียงมติประชุมบริษัทควรให้ทนายความไทยที่เชี่ยวชาญเป็นนผู้ดำเนินการเนื่องจากกฎระเบียบ
ที่อาจมีผลต่อการตั้งข้อบังคับลักษณะนี้ค่อนข้างยุ่งยาก
ในเวลาที่กำลังเขียนอยู่นี้ ใบอนุญาตจัดตั้งองค์กรธุรกิจตามมระเบียบที่บัญญัติไว้ในสนธิสัญญาพันธมิตรระหว่างไทย-อเมริกัน เป็นเรื่องที่โด่งดังในหมู่บริษัทหรือนักลงทุน
อเมริกันที่อยากจะประกอบธุรกิจในประเทศไทยซึ่งเป็นผลมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า สนธิสัญญาฉบับนี้อนุญาตให้บริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจโดย “ได้รับการปฏิบัติ
เยี่ยงคนในชาติ” โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในสัดส่วนการถือครองตามกฎหมายไทยที่รู้จักกันในชื่อ พระราชบัญญํติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อ
จำกัดภายใต้บทบัญญัติศัพท์ของสนธิสัญญาพันธมิตร และด้วยเหตุนั้นผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตตามสนธิสัญญาฯควรปรึกษาสำนักงานกฎหมายในประเทศไทยเพื่อ
ให้มั่นใจว่าวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจนั้นเป็นวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตภายใต้สนธิสัญญาฯ
มีรูปแบบการจัดตั้งองค์กรธุรกิจของไทยอีกมากมาย รวมถึงแต่ไม่จำกัด ห้างหุ้นส่วน (สามัญ และจำกัด จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน) บริษัทจำกัด สมาคม
บริษัทจำกัด(มหาชน) คณะบุคคล เมื่อตัดสินใจว่าจะประกอบธุรกิจประเภทใดในประเทศไทยแล้ว ผู้เขียนขอแนะนำให้ติดต่อสำนักงานกฎหมายในไทยเพื่อขอ
คำแนะนำที่มีประสิทธิภาพ
design by kos design thailand





